อ่าน คิดวิเคราะห์เเละเขียนสื่อความ

มัธยมศึกษาปีที่ 5 วิชาการงานอาชีพเเละเทคโนโลยี
________________________________________________________
ชื่อ  รวิสรา             อรุณรัตน์         ห้อง ม.5/1-1      เลขที่  10
________________________________________________________

"Augmented Reality"
                   AR เป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่ผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริง เข้ากับโลกเสมือน โดยผ่านอุปกรณ์ทางด้านฮาร์ดแวร์รวมกับการใช้ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ทำให้สามารถมองเห็นภาพที่มีลักษณะเป็นวัตถุ (Object) แสดงผลในจอภาพกลายเป็นวัตถุ 3 มิติ ลอยอยู่เหนือพื้นผิวจริง




                   มีการแสดงผลที่แสดงวัตถุมีการเคลื่อนไหว ดูมีมิติมีความตื่นเต้นเร้าใจ โดยสามารถนำรูปแบบใหม่ของการนำเสนอสินค้าลอยออกมานอกจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นการนำเสนอรูปแบบใหม่ในโลกสังคมออนไลน์หรือการตลาดออนไลน์อีกทางหนึ่ง ว่ากันว่า นี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าสื่อยุคใหม่ พอๆ กับเมื่อครั้งเกิดอินเทอร์เน็ตขึ้นในโลกก็ว่าได้




                   หากเปรียบสื่อต่าง ๆ เสมือนกล่อง  AR คือการเด้งออกมาสู่โลกใหม่ภายนอกกล่องที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ ซึ่งเมื่อเราได้ยินคำว่า AR ก็มักจะได้ยินร่วมกับคำว่า VR ซึ่งย่อมาจาก Virtual Reality เป็นเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน ต่างกันที่ VR คือการจำลองโลกเสมือนขึ้นมาและเข้าถึงได้จากอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น แว่น Oculus Rift, Play Station VR เป็นต้น



                   จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี AR นั้นมีมาตั้งแต่ปี 2010 และถ้านึกถึงเทคโนโลยี AR ส่วนใหญ่ที่ผู้คนนึกถึงก็จะเป็นในด้าน Game และ Entertainment กันเป็นหลัก เนื่องจากในช่วง 2–3 ปีมานี้ แอพพลิเคชันที่เป็นตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AR ได้เป็นอย่างดีเลยก็คือ Pokemon Go นั่นเอง


ความเป็นมาของ  AR

                   เทคโนโลยีนี้ได้ถูกพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 จัดเป็นแขนงหนึ่งของงานวิจัยด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ว่าด้วยการเพิ่มภาพเสมือนของโมเดลสามมิติที่สร้างจากคอมพิวเตอร์ลงไปในภาพที่ถ่ายมาจากกล้องวิดีโอ กล้องเว็บแคม หรือกล้องในโทรศัพท์มือถือ แบบเฟรมต่อเฟรมด้วยเทคนิคทางด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก แต่ด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยีจึงมีการใช้ไม่แพร่หลายเท่าไหร่
  
                   แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีมือถือ และการสื่อสารข้อมูลไร้สาย รวมทั้งการประมวลต่าง ๆ มีความรวดเร็วขึ้นและมีราคาถูก จึงทำให้อุปกรณ์สมาร์ทโฟน และแทบเล็ต ทำให้เทคโนโลยีที่อยู่แต่ในห้องทดลอง กลับกลายมาเป็นแอพที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานกันง่าย ๆ ไปแล้ว  
                   โดยในช่วง 2-3 ปีมานี้ AR เป็นเรื่องที่ถูกกล่าวถึงอยู่เป็นระยะ แม้จะไม่ฮอตฮิตเหมือนแอพตัวอื่น ๆ ก็ตาม  แต่อนาคตยังไปได้อีกไกล  ทั้ง VR และ AR สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้กว้างขวางหลากหลาย ทั้งด้าน อุตสาหกรรม การทหาร การแพทย์ การตลาด การบันเทิง การสื่อสาร และ การศึกษา

นิดของ Augmented Reality
AR สามารถแบ่งแยกชนิดหลักๆ ได้ 2 ชนิดหลักๆ คือ
1.Marker-Based : ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบเครื่องหมาย สัญลักษณ์ต่างๆ เป็นใบปลิว โบรชัวร์ต่างๆ ผู้ใช้ทำการ scan ด้วยกล้องจากตัว smartphone เพื่อแสดงภาพ 3 มิติ

2.Location-Based : ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้ smartphone scan จากภาพ เพียงแค่ใช้ GPS ของเครื่องนั้นๆ ก็สามารถแสดงภาพ 3 มิติได้

การทำงานหลักๆของ AR 

Tracking : ติดตาม วัดแรงเฉื่อย วัดตำแหน่ง องศาของโทรศัพท์ ทำให้รู้ว่าอยู่ในทิศทางใด
Rendering : การแสดงผลพวกภาพ Model 3 มิติ ร่วมกับภาพจริงๆ ให้เป็นเหมือนภาพเดียวกัน

Scene : มีการเข้าใจรายละเอียดของฉากในภาพ เช่น ถ้าห้องมืด ภาพก็จะสว่าง

พื้นฐานหลักของ AR  
                   ใช้หลักการการตรวจจับการเคลื่อนไหว ,การตรวจจับการเต้นหรือการเคาะ , การจดจําเสียง   และการประมวลผลภาพ  โดยนอกจากการตรวจจับการเคลื่อนไหวผ่านการตรวจจับการเคลื่อนไหวแล้ว การตอบสนองบางอย่างของระบบผ่านสื่อนั้น  ต้องมีการตรวจจับเสียงของผู้ใช้และประมวลผลด้วยหลักการตรวจจับการเต้นเพื่อให้เกิดจังหวะในการสร้างทางเลือกแก่ระบบ 
                   ทั้งนี้การสั่งการด้วยเสียงจัดว่าเป็น  AR  และในส่วนของการประมวลผลภาพนั้น เป็นส่วนเสริม เพราะเน้นไปที่การทํางานของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent: AI)   ในการสื่ออารมณ์กับผู้ใช้บริการผ่านสีและรูปภาพ

                 ทำไมต้อง AR ?
                   เพราะช่วยตอบโจทย์ให้ลูกค้าเข้าถึงเข้าใจได้ง่าย และมองเห็นภาพชัดเจนกว่าการบอกเล่าธรรมดา ๆ ผ่านคอนเทนต์ หรือบทความ เห็นว่าความฮอตของ AR จะไม่หยุดยั้ง จากคาดการณ์ของ Smart Insight ระบุว่า 

“ในปี 2020 การลงทุนพัฒนาระบบ AR ในรูปแบบคอนเทนต์โฆษณาวิดีโอแบบอินเทอร์แอกทีฟ (Inter Active) จะเพิ่มขึ้นกว่า 1,200 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นมูลค่าที่ไม่น้อยเลยทีเดียว” 

                   เนื่องจากต้นทุนการผลิต AR ค่อนข้างสูง แน่นอนว่าการปรับใช้ระบบ AR เข้ากับการสร้างไอเดียคอนเทนต์ในรูปแบบใหม่ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการและนักการตลาดต้องคิดให้ดี และตีโจทย์ให้แตก เพื่อให้การลงทุนไม่สูญเปล่า ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น สร้างความประทับใจไปในตัว  สำหรับเมืองไทยจะเห็นการใช้เทคโนโลยี AR มาประยุกต์ในวงกว้างเมื่อไหร่นั้นเราคงต้องรอดูกันต่อไป แต่ที่แน่ ๆ หนังสือไทยก็มีแสกน AR หนังสือเรียนให้ดูกันแล้ว

ประโยชน์ของเทคโนโลยี AR

การเกิดของเทคโนโลยีที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วเช่น AR ต้องมีประโยชน์ที่คุณควรรู้ เช่น

1.สามารถเป็นสื่อและข้อมูลที่ทำให้สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเช่น สัตว์โลกดึกดำบรรพ์ ที่จำลองป่า รวมไปถึงสภาพแวดล้อมให้เราเห็นได้

2.ใช้ในเรื่องการจัดบ้านเพราะคุณจะได้เห็นตำแหน่งและการจัดบ้านจริง ๆ ก่อนที่จะซื้อของ


3.ใช้ในด้านงานศิลปะที่สามารถจำลองภาพต่าง ๆ ก่อนการจัดจริงว่าควรทำอย่างไรให้ดูสวย
4.สำหรับนักธุรกิจลูกค้าสามารถซื้อสินค้า สั่งสินค้า หรือดูข้อมูลต่างๆโดยตรงได้จากบิลบอร์ดได้เลย
5.สำหรับนักธุรกิจสร้างภาพลักษณ์ให้กับเเบรนด์ ให้ดูมีความทันสมัย
เรื่องนี้ให้อะไรกับนักเรียน

ทำให้เราได้ทราบถึงสถานการณ์โลกปัจจุบัน ตามเทคโนโลยีทัน  โดยรู้ว่าคนในยุคสมัยนี้ใช้เทคโนโลยีอะไร ใช้อย่างไร โดยAR นี้ทำให้ผู้ใช้เห็นภาพเสมือนจริงได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งยังสมจริงมาก ผู้ใช้งานในเทคโนโลยีตัวนี้ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสถานที่จริง เช่น การจำลองการจัดบ้านว่าควรจัดอย่างไรโดยใช้เเอพพิเคชั่นในโทรศัพท์ที่ใช้หลักการ AR  ทั้งยังใช้ในการประกอบการศึกษาได้อีกด้วย เช่น หนังสือวิทยาศาสตร์ยุค4.0ที่นำเทคโนโลยีนี้มาประยุกต์ใช้ในการสอน โดยเมื่อเเสกนเนื้อหาในหนังสือนั้น จะขึ้นรูปภาพหรือวิดีโอเด้งขึ้นมาในโทรศัพท์ของผู้ใช้งาน  ทำให้ผู้เรียนเกิดความน่าสนใจในบทเรียนนั้นเเละเกิดความสนุกสนานในการเรียนหนังสือ

 ประโยชน์ที่ได้รับจากเรื่องนี้ ต่อตนเองหรือส่วนรวม
ต่อส่วนรวม
1.นำระบบAR ไปใช้ในการออกเเบบแอปพลิเคชัน เช่น Plan5D ที่ผู้ใช้งานนั้นสามารถออกแบบห้องของตัวเองได้ทั้งแบบ 3D และ 2D เพียงเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มี เช่น ตู้ เตียง ประตูห้องเเล้วนำพวกมันไปจัดวางให้เหมาะสมในห้องของเรา นอกจากนี้ยังวางเเผนตกเเต่งพื้นที่อ่านได้ด้วย เช่น สระว่ายน้ำ โรงรถ  
2.ใช้เพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนาน เช่น การใช้ระบบ AR ในการสร้างเกมโปเกม่อนที่มีช่วงหนึ่งทั่วโลกนิยมเล่น ทำให้เกิดความสนุกสนาน ถือเป็นการพักผ่อนหย่อนใจอีกอย่างหนึ่ง
3.สำหรับนักธุรกิจที่ได้ผ่านมาเห็นระบบAR ทำให้เกิดการพัฒนา ต่อยอดในผลงานของตนให้ดียิ่งขึ้นเเละก้าวทันโลก เช่น การนำเทคโนโลยีนี้ไปเชื่อมกับคิวอาร์โค๊ด เมื่อเเสกนเเล้วจะขึ้นรูปชิ้นงานของตน ทำให้ผู้ซื้อเกิดความสนใจ
ต่อตนเอง
ช่วยในเรื่องการศึกษา โดยนำไปใช้ในการเรียนวิชาต่างๆ เช่น ใช้ประกอบการรายงานพาวเวอร์พ้อยท์ ทำให้เกิดความเเตกต่างเเละน่าสนใจเมื่อมีผู้อื่นมาพบเห็นผลงานของเรา  

นักเรียนนำสิ่งที่ได้รับจากการอ่านเรื่องนี้มาใข้ในชีวิตจริงอย่างไรบ้าง
นำไปใช้ในการเรียนการสอน เช่น การใช้ระบบ AR ทำให้ชิ้นงานของตนเองดูโดดเด่น สร้างสรรค์เเละน่าสนใจต่อผู้ที่พบเห็น ทั้งยังเเนวคิดนี้ไปต่อยอดในอนาคตภายภาคหน้าเมื่อเราโตขึ้น 
เช่น อาชีพสถาปนิก ต้องร่างเเบบเพื่อออกเเบบห้องก่อนเสมอ โดยถ้าเรานำระบบนี้ไปใช้ เราไม่ต้องเมื่อยมือเเละเปลืองเเรง เนื่องจากการร่างภาพกับดินสอนั้นทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าอย่างมาก ถ้าใช้ระบบนี้จะเกิดความสะดวกสบายมากขึ้น หรืออาชีพนักธุรกิจ ที่นำระบบนี้มาใช้ ทำให้ชิ้นงานของตนดูน่าสนใจเเละเกิดความทันสมัยในชิ้นงาน 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้